โครงการดีๆ ของเหล่าคนดัง “ในหลวง..ในดวงใจ”
หนึ่งคน หนึ่งใจ ล้านใจ หนึ่งเดียว
โครงการ “ในหลวง..ในดวงใจ” โครงการดีๆ อันเกิดจากแนวความคิดของ พระเอก ต่าย นัฐฐพนท์ ลียะวณิช ที่ตั้งใจ ว่าชีวิตนี้ จะขอทำสิ่งดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ในฐานะ “ประชาชน” ผู้อยู่ใต้เบื้องพระยุคลบาท ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ จึงได้รวบรวมบุคคล ผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง และบุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพ รวมถึง ผู้ที่ ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม รวม 82กลุ่มบุคคล กว่าร้อยชีวิต โดยไม่มีการแบ่งค่าย แบ่งสังกัด มากดชัตเตอร์ “ถ่ายภาพ” ด้วยตัวเอง ภายใต้แนวความคิด “Self Portrait” เพื่อให้ภาพนั้น แสดงออกถึง ความเป็นตัวตนให้มากที่สุด ซึ่งนอก จากจะถ่ายภาพตัวเองแล้ว ผู้ร่วมโครงการทุกคนยังมีภาพประกอบ ความรู้สึกของตัวเอง ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และประเทศไทย ในแง่มุมต่างๆ ตามความคิดของแต่ละคนด้วย
และจากความร่วมมือ ร่วมใจของทุกคน และทุกหัวใจที่ทุ่มให้โครงการนี้ ทำให้ภาพถ่ายทุกภาพของโครงการ “ในหลวง..ในดวงใจ” ถูกจัดทำในรูปแบบโปสการ์ด โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ จาก บ. ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด เพื่อจำหน่ายให้ทุกคนได้ส่งความสุข ให้แก่กันและกัน รายได้ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ถวายเป็นพระราช กุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
โดยโปสการ์ดที่นำออกจำหน่าย จะมีทั้งหมด 164ภาพ จาก 82กลุ่มบุคคล บรรจุอยู่ในกล่อง 3แบบ 3สไตล์ ฝีมือการ ออกแบบของ มล.จิราธร จิรประวัติ, หมิว ลลิตา ศศิประภา และแพรคทิเคิล สตูดิโอ ซึ่งจะมีเพียงแบบละ 1,000กล่อง เท่านั้น จำหน่ายในราคา 820บาท นอกจากนี้ ภายในโปสการ์ด ยังเต็มไปด้วยข้อความดีๆ จากความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ ที่มีต่อ “พ่อของแผ่นดิน” ที่จะทำให้ผู้รับ ได้พบกับแง่คิด และมุมมองที่ถูกเรียงร้อยมาจากใจ ของผู้ที่ถูกเรียกว่า “ลูกของพ่อ ประชาชนของแผ่นดิน”
ต่าย นัฐฐพนท์ ในฐานะผู้ก่อการดีครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โครงการ “ในหลวง..ในดวงใจ” ช่วยสะท้อนมุมมอง ความรัก สามัคคี ให้เกิดขึ้นในชาติ ความหลากหลายของกลุ่มคน ที่มาร่วมโครงการ จะเป็นเหมือนเสียงสะท้อน ให้กับ อีกหลายคนได้รับรู้ว่า
“แม้จะต่างที่มา หากเราใช้ความรัก ที่มีอยู่และแบ่งปันกัน ความสามัคคีก็จะเกิดขึ้นได้..”
และสิ่งเหล่านี้จะกลายมาเป็นความสุข ที่ใช้ส่งต่อ ไปยังผู้ที่เรารักมากทีสุดในใจของเรา หนึ่งคน หนึ่งใจ ล้านใจ หนึ่งเดียว “ในหลวง..ในดวงใจ”
อ้างอิง http://www.ryt9.com/s/prg/765786
Posted in Uncategorized | 2 Comments »
วันก่อนได้เจอคลิปเด็ดๆ เขาเรียกกันว่า “คลิปซับ(ไตเติ้ล)นรก นาซีสอบตก”เป็นการนำเอาบางช่วงบางตอนจากหนังสงคราม นาซีฮิตเล่อร์ ไปเปลี่ยน บทบรรยายไทยใหม่ก่อให้เกิด”อารมณ์ร่วม”อย่างแรงกล้า…(ว่าเข้านั่น)
เลยเอามาแปะให้ ทดลองดูและ.. ฮาร่วมกันครับ
จะว่าไปแล้ว มันสะท้อนความจริงในสังคมเราอย่างร้ายกาจทีเดียวในขณะที่ทุกๆปี เรามีเด็กไทยที่ได้เหรียญรางวัล การันตีความ ” ฉลาดกว่า “ใครๆในโลกทุกปีเรียกว่า Mega Clever ทั้งฟิสิกส์ เคมี เลข ชีวะ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เรากวาดเหรียญทองเหรียญเงินระดับโอลิมปิคมาเป็นว่าเล่นปีล่าสุดเราก็กวาดมาหลายเหรียญ…
อ้างอิงhttp://news.mthai.com/general-news/63240.html
แต่คุณทราบไหมครับว่า…ผลการสำรวจไอคิวเด็กไทย ตกต่ำลงมาเรื่อยๆอย่างน่าใจหายนับตั้งแต่เราเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาจากเดิมมาเป็นระบบ Child Center เรามีโรงเรียนที่ผ่านมาตรฐานการศึกษา จากการสำรวจและประเมินของ สมศ.เพียง 1 ใน 3( ผ่านเกณฑ์เพียง 1หมื่นโรง จากทั้งหมด 3 หมื่นโรงเรียน ทั่วประเทศ )
แล้วก็ออย่าลืมว่า….ผ่านเกณฑ์ก็ไม่ได้แปลว่า…ดีเลิศ นะครับ …เฮ้อ…
ดังนั้นอนาคตการศึกษาของไทย ก็สรุปได้ ดังคำกล่าวของท่านองคมนตรี นพเกษม วัฒนชัยที่ว่า….อนาคตการศึกษาของประเทศไทยกำลังดิ่งลงเหวครับสวนทางกับ การสร้างภาพ ที่เราเห็นตามข่าว เหรียญทองโอลิมปิคซะไม่มี ปัญหาไม่ได้เกิดแค่ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้นมันบานปลายต่อยอดไปจนครบกระบวนการถึงขั้นอุดมศึกษาใน 4 -5 ปีที่ผ่านมาหนักข้อขึ้นเมื่อเรายกเลิกการใช้ Entrance เริ่มใช้ระบบ Admission คัดเลือกเด็กเข้าเรียนต่อมหา’ลัย การเข้าสู่ระบบ Admission ที่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษา จาตุรนต์ ฉายแสง ออกมาการันตี แน่นหนาว่าจะแก้ปัญหาเรียนพิเศษได้ ก็ได้ประจักษ์ชัดแล้วว่าล้มเหลวทั้งเพ เหลวตั้งแต่แรกจนหยดสุดท้าย…
เน่าตั้งแต่แนวคิด เอาชีวิตเด็กไทยไปอยู่ไว้ในกำมือครู มัดมันไว้ด้วยค่า GPA GPAXก่อให้เกิดปัญหา แจกเกรด อัพเกรดแลกการเสียตัว หรือแลกเงิน และเรื่องฉาวโฉ่ของวงการศึกษามากมายพัฒนาจนกระทั่งเป็นปัญหา ครูเออรี่รีไทร์ (ขอเกษียณก่อนกำหนด) เพื่อไปเปิดโรงเรียนสอนพิเศษของตนเองหารายได้เป็นกอบเป็นกำ จนสร้างตึกเป็นพันๆล้านได้
และบทอวสานของปรากฏการณ์ รมต.หน้าด้าน ไม่ยอมลาออก ทั้งๆที่ทำให้เด็ก ม.6 กว่า 2 แสนคนไม่มีที่เรียน
เพราะเปลี่ยนระบบทั้งๆที่ยังไม่พร้อม ทำให้ผลสอบเข้ามหาลัยต้องเลื่อนประกาศจนผู้ปกครองรอไม่ไหวขนลูกๆเข้ามหาลัยเอกชนกันหมด… ทันตแพทย์ต้องประกาศรับเด็กหลายรอบก็ยังได้ไม่ครบอาชีพหลักที่ต้องใช้ความชำนาญ และในอดีตก็มักจะได้เฉพาะเด็กที่เรียกเก่งจริงๆ ก็เปลี่ยนไปได้เด็กที่มาจากการ”อัดเกรด”+”ปล่อยเกรด 4″ เข้าไปเรียนแทนที่ เป็นปีแรก…
ปีต่อๆมาผลปรากฏชัดเจนว่า มีเด็กเรียนแพทย์ เรียนวิศวะ ต้อง Retire ออกจากมหาลัยเพราะไม่สามารถ”ทน”เรียนต่อได้เนื่องมาจากพื้นฐานการเรียนรู้ต่ำมาก และมีระดับผลสัมฤทธิทางการเรียนต่ำกว่าที่มหาลัยตั้งไว้
ตามมาด้วยปัญหาการฆ่าตัวตาย ของเด็กวัยอนาคตชาติเหล่านี้ ให้เห็นบ่อยๆในหน้าหนังสือพิมพ์
blog.eduzones.com/rangsit/5966
สรุป คือ ระบบการศึกษาไทย พังไม่เป็นท่าตั้งแต่เรามีนายกฯรัฐมนตรีชื่อ..ทักษิณ ชินวัตรและรมต.ชื่อ จาตุรนต์ ฉายแสง….
นอกจากแนวนโยบายการศึกษาดังกล่าว ยังมีเรื่องการ อัพเกรด วิทยะฐานะของครูซึ่งเป็นแนวคิดที่ “สุมสร้างปัญหา”ให้ระบบการศึกษาบ้านเราหนักขึ้นไปอีกด้วยการวางกฏปฏิบัติ ให้ครูต้องทำ Paper เพื่ออัพเกรดตนเอง ไปรองรับเงินเดือนที่สูงขึ้นบรรดาครูจึงไม่มีเวลา ดูแลเอาใจใส่การเรียนการสอนของเด็กว่างปั้บต้องรีบไปทำ Paper เพื่ออัพเงินเดือน…!!เด็กไทยไร้คนเอาใจใส่ดูแล มากปริมาณแต่ด้อยคุณภาพปีที่ผ่านมา สำนักงานการศึกษาเขตพื้นที่ 2 มีจำเด็กต้องการเรียก ม.1 ล้น…ขนาดต้องอัดฉีด…แจก-ยัด-เยียดเด็กเข้าเรียนทุกโรงเรียนในเขต ห้องละ 55-60 คน !!บางโรงเรียนลือกันว่า ถึง 2 แสน ( จากเดิมแค่ 5 หมื่นก็เข้าได้แล้ว)ยอดรับเด็ก 400 คน ตามในเอกสาร แต่วันมอบตัวปาเข้าไป 900กว่าคน !!มันมาจากไหน ???….
สรุป….ผอ.แทบทุกโรงเรียน มือสะอาดแต่ปากเป็นมัน !!
อะไรที่ดีก็คงไว้ เอาระบบ Entrance เดิมที่มีข้อดีในแง่ คัดได้คนเก่งจริง ให้ได้เรียนในสาขาวิชาที่เหมาะสมมาผสมผสานกับแนวคิด Gat Pat ที่ให้สอบได้หลายครั้งแล้วเลือกใช้ผลของครั้งที่ดีที่สุดได้ (ทำกำลังเริ่มใช้ในขณะนี้ )เติมเต็มด้วยระบบ Sat หรือระบบ พรสวรรค์ ที่ให้คนเรียนเก่ง สามารถ Pass ชั้นได้ ตาม Levelข้อสอบโดยไม่จำกัดที่อายุ หรือวัย…(ต้องยอมรับข้อเท็จจริงที่” อายุ”ไม่ใช่ตัววัดความสามารถในการเรียนรู้เสมอไป)
โลกก้าวหน้า…แต่การศึกษาไทย………ลงเหว….ครับ!!
Posted in นิเทศศาสตร์ | 6 Comments »
เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวใหญ่ให้บรรดารถเมลล์เล็กต้องโก่งคอร้องเพลง “ขอบคุณที่ซ้ำเติม” (เพลงเดียวกับที่คนอยู่ดูไบ แนะนำให้ร้องตอน จุดเดิมที่เคยเจ็บมักอักเสบขึ้นมา แฮะๆ) ข่าวร้อนแรงที่สุดนั่นก็คือ…ข่าวที่พรรคภูมิใจไทยพยายามเข็นโครงการ รถเมลล์ NGV 4 พันคัน เข้าครม. นัยว่าเพื่อปรับปรุงการให้บริการของ ขสมก.ให้ดิบดียิ่งขึ้น
แน่นอนว่าบรรดาผู้กระกอบการรถร่วมก็ต้องเล่นบทโอดโอย ทันทีเสมือนถูกแย่งเนื้อบนเขียง อย่างโหดร้ายรมช.คมนาคมยืนยันโครงการเช่ารถโดยสาร NGV 4 พันคันเหมาะสม-ไม่กระทบรถร่วม
อ้างอิง http://www.ryt9.com/s/iq03/519364
การออกข่าวทำนองดังกล่าว…มองว่า เพื่อพยายามมิให้ผู้ประกอบการรถร่วมเกิดอาการปริวิตกว่าผู้ใช้บริการจะหนีไปนั่งรถเมลล์ใหม่กันหมด ทำให้คนนั่งรถร่วมน้อยลงข่าวเขาว่าอีกไม่นาน เราจะมีรถใหม่ NGV ใช้ตั้งหลายพันคัน แต่..เอ๊ะ! เค้าจะเอามาแทน(เฉพาะ) รถขสมก.สีแดง สีส้ม ไม่ใช่เหรอ? แล้วรถสีน้ำเงิน / สีชมพูสีมั่วๆที่เป็นรถร่วมบริการทั้งหลายละ ? ไม่คิดจะทำอะไรให้ดีขึ้นบ้างเหรอ?
ท่านที่เป็นประชาชนคนเดินดิน กินข้าวแกงและต้องอาศัยเมล์เล็ก(รถร่วมบริการ) คงจะได้พบเห็นพฤติกรรมสุดโหด อย่างขับรถหวาดเสียว ฉวัดเฉวียน เบรคตัวโก่ง ขับเลยป้าย ท้ายปัด…สารพัดจะน่ากลัว และมีข่าวอุบัติเหตุเฉี่ยวชน – ทับคนตายออกบ่อยๆ
ปัญหาหลักอีกประการนึงที่เรามักพบเห็นกันคือ การจอดรอคน(ยืนเต็มคัน) จะเป็นเพราะค่าสัมปทานแพง (หรือเปล่า?) ที่ต้องทำให้ รถร่วมฯมักนิยมจอดแช่ รอคนเต็มคันก่อน จึงค่อยออกรถก็จะมีตั้งแต่แช่ไปเรื่อยๆ ขับช้าๆ ชลอๆ ให้รถเมลล์ไปก่อน (จะได้ไม่แย่งคนขึ้น)หรือประเภท หาจุดที่คนแยะๆจอดแช่..ลากเกียร์ ถ่วงรอคนขึ้น ให้นานที่สุด ซึ่งก็ส่งผลกระทบให้การจราจรติดขัด ตลอดจนเสียเวลาการเดินทางของผู้ใช้บริการ เนื่องจาก บางคันแช่กันเป็นเกิน 10 นาทีก็มี..!!
จะมีใครไหมที่เกิดมาแล้วได้เห็นรถมินิบัสขับชลอเพื่อคุยกับรถร่วมสายที่ขับสวนกันมาเป็นนาที
จะมีใครไหมที่เกิดมาแล้วได้เห็นกระเป๋ารถเมล์วิ่งลงไปซื้อกาแฟจากลุงที่เข็นกาแฟขายริมทางโดยไม่สนว่านี่เป็นถนน One Way
จะมีใครไหมที่เกิดมาแล้วได้เห็นคนขับแกล้งไม่จอดป้ายเนื่องจากผู้โดยสารเผลอกดกริ่ง2ทีแล้วด่าผู้โดยสารทิ้งท้ายว่า กวน***
คงจะมีแต่คนไทยที่โชคดี(หรือโชคร้าย)ที่เกิดมาได้เห็นเรื่องราวข้างต้นนี้เป็นบุญตา
คำถามคือ…ปัญหานี้ไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ใส่ใจกันบ้างเลยหรือ ? ทำไมไม่มีการจัดขอประชามติ….ลงคะแนนการบริการ สำหรับรถร่วมสายต่างๆแล้วคัดเลือกผู้ให้บริการตามคะแนนทีได้รับ ใครสอบตกก็ระงับสัมปทานเดินรถไปซะ…ให้รายอื่นมาประมูลต่อแทน เราก็จะได้บริษัทและผู้ปกระกอบการที่เอาใจใส่ต่อคุณภาพบริการมารับใช้ประชาชนจริงๆสักที คุณคิดว่าไงกันบ้างครับ…..?
ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้เกิดจากปัจจัยการเพิ่มรถเพียงอย่างเดียว
จุดสำคัญ คือ การปรับแผนผังเส้นทางเดินรถต่างหาก
จะเห็นได้ว่า หลายๆเส้นทางที่ไม่มีรถเมลล์หลักของ ขสมก.เท่ากับยกให้ รถร่วมครองเส้นทาง ผูกขาดไปเลย ยกตัวอย่างเช่น สาย 98 ห้วยขวาง – อโศก – กล้วยน้ำไทไม่มีรถเมลล์ ขสมก.เลยแม้แต่คันเดียว !!
ดังนั้น ผู้ใช้บริการก็ต้อง “กล้ำกลืนฝืนทน” กับทุกรูปแบบการให้บริการ ของรถร่วมฯไม่ว่าจะเป็นการ ลากเกียร์ขับ กระดื้บๆ รอกวาดคนหรือ ประเภทจอดป้าย แถมป้าย…กดกริ่งช้าหรือไว ได้แถมเท่ากันหมด !!หรือ พวกโชเฟอร์ตีนผี เร่งเครื่องแซงในที่คับขัน คนนั่งก็กลัวจนหัวโยกหัวคลอน อกสั่นขวัญแขวนว่าจะตายวันตายพรุ่งแต่ก็ไม่กล้าโวยวาย เพราะไม่มีรถอื่นให้นั่ง ?
อ้างอิง http://www.ryt9.com/s/bmnd/681327
ล่าโชเฟอร์รถร่วมสาย 27ทับพ่อเฒ่าหัวเละคาถนน
ถ้าจะว่าไปหากเราพยายามมองในมุมของผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก.บ้างแน่นอนว่ามาตรการรถเมลล์ฟรีจากภาษีประชาชน ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวชและ ครม.ก็อนุมัติต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน …. ( ล่าสุดมีการอนุมัติต่อไปตั้งแต่ ม.ค.2553 ถึง มีค.2553 รวมเวลา 3 เดือน)เพื่อผ่อนคลายผมกระทบค่าครองชีพ อันเกิดจากพิษเศรษฐกิจพังทั้งระบบต่อเนื่องมาจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ผลพวงของยักษ์ใหญ่อเมริกานั่นเอง ดังที่ทราบกันแล้ว
รถร่วม ขสมก.โอดรายได้หด รับผลกระทบจากเหตุชุมนุม-รัฐให้ชึ้นรถฟรี
อ้างอิง http://www.ryt9.com/s/iq03/448211
เมื่อปลายปี 2548 ต่อเนื่องถึงปี 2549 มีความพยายามยกเลิกสัมปทานเดินรถของมินิบัสสีเขียวซึ่งก็ถูกยื้อมาเรื่อยๆ ( จนทุกวันนี้เราก็ยังเห็น รถเมลลืเล็กสีเขียวสภาพทรุดโทรมวิ่งให้บริการอยู่)แต่อย่างน้อย ปัจจุบันเราก็ได้เห็น เมลล์เล็กสีส้ม โฉมใหม่ออกมาอวดโฉม กันอยู่มากบนท้องถนน ตามเส้นทางต่างๆแต่กระนั้นก็หาเป็นเครื่องการันตีไม่ ว่า…ทุกชีวิตจะปลอดภัยในรถร่วม ( ฮา….)เพราะ …การเปลี่ยนรถใหม่ไม่ได้แปลว่า จะไม่เกิดอุบัติเหตุเพราะ….เหตุหลายประการดังต่อไปนี้
-
จากยอดมินิบัส มีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1,118 คัน แต่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้มาตรฐานการตรวจสภาพรถและที่แย่กว่านั้น ซ้ำร้าย คือ นอกจากรถสภาพห่วย คนขับก็ห่วยกว่า เข้าไปอีก คือไม่ผ่านการสอบใบขับขี่ !!แปลง่ายๆว่า บ้านเราเมืองเรา…ปล่อยให้คนนับล้านๆคนต้องเสี่ยงชีวิตอยู่บนท้องถนน ใช้บริการรถร่วมพวกนี้อยู่ทุกวี่วัน !!
-
ปี 2550 มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้นถึง 101,642 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 12,477 ราย บาดเจ็บ 78,871 รายคิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 4,618 ล้านบาท โดยในจำนวนรถ ที่เกิดอุบัติเหตุ 160,891 คัน เป็นรถโดยสารขนาดใหญ่ถึง 3,131 คัน
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากผู้ขับรถขาดทักษะ การขับขี่ที่ปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจของศูนย์วิจัยอุบัติเหตุ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่พบว่า ผู้ขับรถโดยสารถึงร้อยละ 48 ที่เรียนรู้วิธีขับรถด้วยตนเอง รองลงมาร้อยละ 23 เคยเป็นเด็กประจำรถมาก่อน โดยมีเพียงร้อยละ 7 เท่านั้น ที่เรียนจากโรงเรียนสอนขับรถ !!!
เสียงจากประชาชนผู้ใช้บริการสะท้อนผ่านผลโพลล์ออกมาอย่างไร ?
เอแบคโพลล์ สำรวจความคิดเห็นที่ทางราชการจะไม่ต่อสัมปทานให้กับอู่รถร่วมบริการ ขสมก. (มินิบัส) ที่สภาพรถและอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ได้มาตรฐาน ปรากฏว่า ตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.7 ระบุเห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 10.3 ระบุไม่เห็นด้วย
ด้านปัญหาที่เกิดจากรถขสมก.พบว่า
1 ขับรถเร็ว/อันตราย ร้อยละ 47.5
2 พูดจาไม่สุภาพ/มารยาทไม่ดี ร้อยละ 22.7
3 ผู้โดยสารยังขึ้นลงไม่เรียบร้อยก็ออกรถ/ผู้โดยสารตกรถ ร้อยละ 15.2
4 รถชน/อุบัติเหตุชนคนตาย ร้อยละ 13.0
5 ไม่จอดป้าย ร้อยละ 6.1
6 ทะเลาะวิวาทบนรถร้อยละ 5.1
7 รถสภาพแย่/ไม่เหมาะที่จะนำมาขับ/รถเสีย/ควันดำ ร้อยละ 4.4
8 จอดนอกป้าย/จอดขวางการจราจร ร้อยละ 4.2
9 ขับรถไม่มีวินัย/ ผิดกฎจราจร ร้อยละ 4.0
10 ปิดประตูหนีบผู้โดยสาร ร้อยละ 3.8
(จากผลสำรวจเมื่อวันที่ 25-11-48)
จะเห็นได้ชัดเจนว่า…ปัญหาของรถเมลล์ไม่ได้เกิดจากทาง กายภาพอย่างเดียวแต่กว่าครึ่งของผลโพลล์มันไปตกอยู่กับ มาตรฐานของคนขับและกระเป๋า -กระปี๋ทั้งหลายการไร้วินัยจราจร รวมกับสภาพรถที่เหลือขอ ของบรรดารถร่วมบริการ(ส่วนมาก)กลายเป็น เครื่องล่อความตาย-เจ็บ-พิการ มาสู่ประชาชนผู้ใช้บริการทุกวี่วันโดยที่เรายังไม่สามารถค้นพบ Final Destination ของเรื่องนี้ว่ามันจะจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้งได้อย่างไรราวกับว่า คนไทย ต้องทนชีช้ำกระหล่ำปลีต่อไป ตราบที่ไม่มีเงินดาวน์รถออกมาแย่งถนนกันชับแย่งที่กันจอด และแย่งกันผลาญน้ำมัน (ช่วยชาติ) กันต่อไป…อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ทั้งหลายทั้งปวง คือ ที่มาที่ไปของ ปรากฏการณ์ รถเมลล์ไทยดีจริงหรือ
คุณเชื่อหรือไม่ ? Believe it or not ?
นี่แหละเมืองไทย ขอรับกระผม
Posted in นิเทศศาสตร์ | Tagged นิเทศศาสตร์ | 16 Comments »
Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!
Posted in Uncategorized | Leave a Comment »








